สไปรูลิน่า คลอเรลล่า (Spirulina Chlorella Organic)

คุณสมบัติสินค้า:

Share


สไปรูลิน่า คลอเรลล่า (Spirulina Chlorella Organic)

คลอเรลล่า (CHLORELLA)

  • ซุปเปอร์กรีนที่ดี ที่สุด 2 ชนิดในขวดเดียวกันที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และช่วยในการดีทอกซ์
  • ปลอดสารพิษปลอดจากสารกำจัดศัตรูพืชสารกำจัดวัชพืชและปุ๋ยเคมี
  • เก็บเกี่ยวจากน้ำที่สะอาดและไม่ติดเชื้อ
  • ไม่ผ่านการฉายรังสี
  • ฟาร์มตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ ห่างจากอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์
  • 100% Certified Organic, Non-GMO, Allergen Free
  • ปราศจากสารเคมีและสารเติมเต็ม


วิธีการใช้

  • คนปกติทานวันละ 4 เม็ด ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงจะดีที่สุด แบ่งทานครั้งละ 2 เม็ด 2 ครั้ง/วัน (หรือ 2-3 กรัม/วัน)
  • ทานเพื่อฟื้นฟูสุขภาพหลังจากป่วย ทาน 3-5 กรัม/วัน
  • ถ้าป่วยอยู่และอยากเพิ่มภูมิให้แข็งแรง หรือทานเพื่อต้านมะเร็ง ให้ทานเพิ่มได้มากถึงวันละ 20 เม็ด แบ่งทานหลายๆครั้ง (ไม่เกิน 20 กรัม/วัน)
  • ห้ามทานพร้อมกับน้ำชาที่มีคาเฟอีน เพราะชาสามารถบล๊อกการดูดซึมธาตุเหล็กจากคอเรลล่าไปใช้
  • ห้ามทานพร้อมกับวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีสามารถคลายโลหะหนักที่จับกับคลอเรลล่าและร่างกายดูดซึมโลหะหนักกลับเข้าไปในระบบแทนที่จะถูกกำจัดออกไป เว้นช่วงการทานวิตามินซีให้ห่างกัน 3 ชั่วโมง

ประโยชน์ของคลอเรลล่า

อุดมไปด้วยสารอาหาร

  • คลอเรลล่า เป็น superfood ที่มีสารอาหารหนาแน่นซึ่งมีโปรตีนสูง 50-70% มีกรดอะมิโน 18 ชนิด (รวมถึงกรดอะมิโนที่จำเป็นทั้งหมด) และเปปไทด์
  • มีวิตามินต่าง ๆ Vitamin A, B1, B2, B3, B6, B9, B12, C, D, E, K1, K2
  • มีแร่ธาตุต่าง ๆ ธาตุเหล็ก, แมงกานีส, โครเมียม, ทองแดง, แคลเซียม, สังกะสี
  • สีเขียวเข้มของคลอเรลล่ามาจากปริมาณคลอโรฟิลล์สูงมากและดีที่สุด >12% โครงสร้างโมเลกุลของคลอโรฟิลล์นั้นคล้ายกับฮีโมโกลบินของเลือดมนุษย์ เฮโมโกลบินเป็นตัวขนส่งออกซิเจนในร่างกายของเรา คลอเรลล่าจึงทำให้เพิ่มออกซิเจนในเลือดได้อย่างรวดเร็ว
  • มีเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่จำเป็นที่ช่วยปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระและส่งเสริมสุขภาพผิวและดวงตาให้แข็งแรง
ขับสารพิษ
  • ประกอบด้วยเปลือกนอกเส้นใยที่ไม่สามารถย่อยได้ (20%) และสารอาหารภายใน (80%) ซึ่งวัสดุเส้นใยนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสารดักจับกับสารพิษ (Toxin binder) จึงช่วยร่างกายในการสลายไฮโดรคาร์บอนและสารพิษที่เป็นโลหะเช่น ปรอท แคดเมียม ตะกั่ว และดีดีที แต่ไม่ดักจับกับสารอาหารกลือแร่และวิตามินต่างๆ
  • ช่วยขับสารพิษเช่น สารกำจัดศัตรูพืช (Pesticides), สารเคมีกำจัดวัชพืช (Herbicides), สารพิษจากเชื้อรา (Mycotoxins)
  • คลอเรลล่าดักจับกับสารพิษที่เรียกว่า Volatile Organic compounds (VOCs) ที่มีอยู่ใน สีทาบ้าน, ส่วนประกอบในตู้เย็น, สารที่ใช้ทรีทในน้ำ, น้ำมันเครื่องยนต์, ผลิตภัณฑ์ซักแห้ง, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่างๆ
  • ช่วยดีท็อกซ์ตับ ไต ปอด และทำความสะอาดลำไส้ใหญ่
  • มีคลอโรฟิลล์สูงสุดซึ่งเป็นส่วนประกอบที่คล้ายกันกับเฮโมโกลบิน ดังนั้นคลอเรลล่าสามารถช่วยให้เราสร้างระบบป้องกันและรักษาเลือดให้สะอาด
  • การทำความสะอาดของคลอเรลล่าในลำไส้ รวมทั้งการป้องกันของตับช่วยให้ตับแข็งแกร่ง

ช่วยย่อยอาหาร

  • มีเอนไซม์ย่อยอาหารที่ทรงพลังจำนวนมากที่เราต้องการเช่นคลอโรฟิลเลสและเพพซินซึ่งสามารถช่วยให้การกำจัดของเรากลายเป็นปกติและเสริมระบบย่อยอาหารให้เคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น
  • วัสดุเส้นใยในคลอเรลล่า จะปรับปรุงการย่อยอาหารและส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแอโรบิกที่เป็นประโยชน์ในลำไส้

ช่วยลดระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอล

เพราะว่าคลอเรลล่าออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มีแคลอรี่ต่ำ น้ำตาลต่ำ กรดไขมันต่ำ และเส้นใยสูง โปรตีนสูง

เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • คลอเรลล่ายังสามารถกระตุ้นการผลิต interferon ในร่างกายของเราซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ตามธรรมชาติของร่างกายต่อโรคมะเร็ง
  • งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่านิวเคลียสของคลอเรลล่ามีสารที่เรียกว่าปัจจัยการเจริญเติบโตของคลอเรลล่า CGF (Chlorella Growth Factor) มีหน้าที่ในการเพิ่ม interferon นักวิทยาศาสตร์ให้อาหารคลอเรลล่ากับหนูทดลองซึ่งติดเชื้อเซลล์มะเร็งและผลลัพธ์ก็เป็นไปในทางบวก
  • กระตุ้นการเติบโตของเซลล์ใหม่เพื่อให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อแข็งแรงขึ้น
  • เติมเต็มเซลล์ของคุณเพื่อผิวอ่อนเยาว์มากขึ้นและมีลักษณะที่สดใหม่
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นไข้เร็ว
  • ป้องกันภาวะโลหิตจาง และขาดธาตุเหล็กระหว่างตั้งครรภ์

การใช้คลอเรลลาร่วมกับยาชนิดอื่น

  • ควรใช้คลอเรลลาร่วมกับยาเหล่านี้ด้วยความระมัดระวัง
  • ยากดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressants) กับคลอเรลลา

คลอเรลลาอาจเพิ่มการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันขึ้นได้ ซึ่งจะไปลดประสิทธิภาพของยากดภูมิคุ้มกันในที่สุด โดยยากดภูมิคุ้มกันมีตัวอย่างดังนี้ azathioprine (Imuran), basiliximab (Simulect), cyclosporine (Neoral, Sandimmune), daclizumab (Zenapax), muromonab-CD3 (OKT3, Orthoclone OKT3), mycophenolate (CellCept), tacrolimus (FK506, Prograf), sirolimus (Rapamune), prednisone (Deltasone, Orasone), corticosteroids (glucocorticoids), และอื่น ๆ Warfarin (Coumadin) กับคลอเรลลา

คลอเรลลาประกอบด้วยวิตามิน K ปริมาณมาก ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายใช้ในการก่อให้เกิดลิ่มเลือด ส่วน Warfarin (Coumadin) ก็เป็นยาที่ใช้ชะลอการเกิดลิ่มเลือด ด้วยเหตุนี้การใช้คลอเรลลากับยาWarfarin (Coumadin) จะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

สาหร่ายสไปรูลิน่า (SPIRULINA)ประโยชน์ของสไปรูลิน่า

สาหร่ายสไปรูลิน่า เป็นสาหร่ายเซลล์สีเขียวแกมน้ำเงิน ถูกค้นพบว่าเป็นแหล่งสารอาหารที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่ง มีโปรตีนสูงถึง 70 % โดยน้ำหนักแห้ง มีกรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิด ซึ่งโปรตีนของสไปรูลิน่ามีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ มีวิตามินที่มีคุณค่าต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 12 และวิตามินอี นอกจากนี้ สไปรูลิน่ามีผนังเซลล์ที่นิ่ม อ่อนบาง จึงดูดซึมและย่อยง่ายกว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดอื่นๆ ซึ่งมีผนังเป็นเซลลูโลส ทำให้ย่อยยากกว่า สไปรูลิน่าได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เป็นแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพ เพิ่มภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูระบบการทำงานของร่างกายส่งเสริมให้สุขภาพดีขึ้นเช่น

  • ส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และช่วยลดระดับไขมันในเลือด
  • ช่วยบรรเทาอาการโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
  • เพิ่มภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคภูมิแพ้
  • เพิ่มระดับฮีโมโกลบิน ป้องกันภาวะโลหิตจาง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง เนื่องจากอุดมด้วยธาตุเหล็กและโฟลิก แอซิค
  • ประโยชน์ต่อการรักษาผู้ที่ได้รับพิษจากสารหนู ช่วยล้างสารพิษในลำไส้
  • ลดอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากสาหร่ายสไปรูลิน่าให้โปรตีนในปริมาณที่สูง
  • ลดระดับโคเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
  • ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง
  • ลดอาการเมาค้างจากการดื่มสุรา
  • ชะลอความแก่

มีกรดอะมิโนหลายชนิด

  • ไอโซลิวซีน (Isoleucine) : จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ผิวหนัง
  • ลิวซีน (Leucine) : กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มกำลังให้กล้ามเนื้อ
  • ไลซีน(Lysine) : เสริมสร้างการเจริญเติบโต สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและภูมิคุ้มกันระบบโลหิต มีผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตแข็งแรง
  • เมทไทโอนีน ( Methionine) : ช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและกรดไขมัน จึงบำรุงรักษาตับได้ และเป็นสารต้านความเครียด ทำให้ประสาทผ่อนคลาย
  • เฟนิลอะลานีน ( Phenylalanine ) : มีความจำเป็นสำหรับต่อมไธรอยด์ต่อการสร้างฮอร์โมนไธรอยด์ ที่จำเป็นต่อการเผาผลาญอาหารของร่างกาย
  • เทรีโอนีน ( Threonoine ) : ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะระบบทางเดินอาหาร ให้มีการย่อยและการดูดซึมที่ดีขึ้น ช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันที่ตับ
  • ทริพโตเฟน ( Tryptophan ) : ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินบีได้มากขึ้น ส่งผลให้เซลล์ประสาทแข็งแรงและทำงงานได้ดีขึ้น ทำให้ช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้เกิดความสงบใจเย็นลงได้
  • วาลีน (Valine ) : กระตุ้นการทำงานของระบบการควบคุมอารมณ์ และการประสานงานการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

สาหร่ายสไปรูลิน่าเหมาะสำหรับใครบ้าง

  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงกับร่างกาย ผู้ใหญ่ วัยทำงาน นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา
  • ผู้ที่ขาดสารอาหาร หรือรับประทานอาหารไม่ครบ 5หมู่ในแต่ละวัน
  • ผู้ที่อ่อนเพลีย ผู้ป่วยระยะพักฟื้น
  • ผู้ที่มีปัญหาระบบขับถ่าย
  • ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย
  • ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
  • ผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีอาการเบื่ออาหาร และร่างกายมีกระบวนการเผาผลาญสารอาหารที่บกพร่อง จึงมีผลให้ลุ่มผู้สูงอายุขาดสารอาหารได้และมีอาการอ่อนเพลียเกิดขึ้น
  • ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ
  • ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก


วิธีการใช้:

  • คนปกติทานวันละ 4 เม็ด ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงจะดีที่สุด แบ่งทานครั้งละ 2 เม็ด 2 ครั้ง/วัน (หรือ 2-3 กรัม/วัน)
  • ถ้าป่วยอยู่และอยากเพิ่มภูมิให้แข็งแรง ให้ทานเพิ่มได้มากถึงวันละ 20 เม็ด แบ่งทานหลายๆครั้ง (ไม่เกิน 20 กรัม/วัน)
  • ห้ามทานพร้อมกับน้ำชาที่มีคาเฟอีน เพราะชาสามารถบล๊อกการดูดซึมธาตุเหล็กจากคอเรลล่าไปใช้
  • ห้ามทานพร้อมกับวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีสามารถคลายโลหะหนักที่จับกับคลอเรลล่าและร่างกายดูดซึมโลหะหนักกลับเข้าไปในระบบแทนที่จะถูกกำจัดออกไป เว้นช่วงการทานวิตามินซีให้ห่างกัน 3 ชั่วโมง


ข้อควรระวังในการรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่า

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิต้านทานตนเอง เช่น โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคเอสแอลอี โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ผู้ป่วยโรคฟีนิลคีโตนูเรีย เพราะสารฟีนิลอะลานีนที่พบในสาหร่ายสไปรูลินา อาจทำให้อาการต่าง ๆ แย่ลง
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงรับประทานยากดภูมิคุ้มกัน เช่น อะซาไธโอพรีน บาซิลิซิแมบ ไซโคลสปอริน ไมโคฟีโนเลต ทาโครลิมัส เพรดนิโซน คอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นต้น เพราะการรับประทานสาหร่ายสไปรูลินาร่วมกับยาดังกล่าว อาจไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของยา

อาการข้างเคียง

เพราะว่า สาหร่ายสไปรูลิน่าและคลอเรลลาสามารถขับพิษและกำจัดสารโลหะหนักได้ จึงอาจมีอาการถอนพิษในช่วงที่เริ่มทาน เช่น วิงเวียนหัว ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามข้อต่อกระดูก เหน็บชา รวมทั้งอารมณ์ซึมเศร้า อาการมากน้อยขึ้นกับว่า ร่างกายมีสารโลหะหนักมากน้อยแค่ไหน

วิธีลดอาการข้างเคียงต่างๆ

ให้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเพื่อเร่งอัตราที่คลอเรลล่ากำจัดสารพิษและออกจากร่างกายให้เร็วขึ้น ทานเพิ่มได้สูงสุด 20 เม็ดวันละสี่ครั้งจนกระทั่งผลข้างเคียงลดลง (8-10 วัน) ค่อยๆลดปริมาณ และความถี่ของการทานจนกว่าจะถึงปริมาณปกติ

 

ถ้าสนใจสั่งซื้อ Line ID : @nataliehealthshop

Powered by MakeWebEasy.com